Pianon

49tjf49edf:tContent:ContentUID
edf40wrjww2tContent:Content_Data
Started by Topic:    นิทาน เรื่อง ธรรมชาติ ธรรมดา  (Read: 1830 times - Reply: 0 comments)
 
ใจใส

Posts: 1 topics
Joined: 14/6/2555

นิทาน เรื่อง ธรรมชาติ ธรรมดา
« Thread Started on 18/6/2555 1:51:00 IP : 118.173.88.81 »
 

 

 

คุณลุงบ้านนอกคนหนึ่ง  มีลูกสาว 2 คน 

เมื่อโตเป็นสาว คนโตได้สามีเป็นชาวกรุง   คนรองได้สามีเป็นหนุ่มบ้านนอก 

เขยคนโต เป็นคนชอบอ่านหนังสือ ค้นคว้าหาความรู้เป็นประจำ พูดคุยเก่ง เป็นที่พอใจแก่ผู้เป็นพ่อตา

ส่วนเขยคนเล็ก ฝักใฝ่ธรรม พูดน้อย ไม่คล้อยตามใครง่าย ๆ มีคำพูดติดปากคำหนึ่งก็คือ ธรรมดา!

 

อยู่มาวันหนึ่ง พ่อตาและลูกเขยทั้งสองไปธุระทางเรือด้วยกัน 

เรือแล่นตามลำคลองไปโดยลำดับ ไปพบปะเจอะเจออะไร ๆ ตามสภาพคลองในชนบท

คุณลุงเกิดความคิดจะทดสอบภูมิความรู้ของลูกเขยทั้งสอง

 

พอดีเห็นเป็ดว่ายน้ำผ่านมาจึงถามขึ้นว่า

“นี่เขยกรุง ทำไม เป็ดจึงว่ายน้ำได้ล่ะ”

“อ๋อ… ก็เพราะขนของเป็ดมัน เป็นมัน จึงลอยน้ำได้ครับ”

“ เขยรอง  เจ้าจะตอบว่าไงล่ะ”

“มันเป็นธรรมดาครับพ่อ มันเป็นธรรมดาอย่างนั้นของมันครับ.”

 

เรือวิ่งต่อมา เจอห่านตัวหนึ่ง กำลังส่งเสียงดัง แป็ป ป๊าป  คุณลุงจึงตั้งคำถามว่า

“นี่เขยกรุง ทำไมห่านร้องเสียงดังล่ะ”

“อ๋อ… ก็เพราะ คอมันยาว มันจึงรีดเสียงออกมาได้มาก เสียงมันจึงดังลั่นได้ครับพ่อ”

“แล้วเขยรอง  เจ้าจะตอบว่าไงล่ะ”

“มันเป็นธรรมดาครับพ่อ มันเป็นธรรมดาอย่างนั้นของมันครับ.”

 

ต่อมาเรือผ่านหน้าวัด คุณลุงเห็นจีวรพระที่ตากอยู่  จึงตั้งคำถามว่า

“เขยกรุง ทำไมจีวรพระจึงมีสีเหลืองอย่างนี้ล่ะ”

“อ๋อ… ก็เพราะ พระท่านเอาสีเหลือง มาย้อมจีวร น่ะซีครับ จีวรจึงได้มีสีเหลือง”

“แล้วเขยรอง  เจ้าจะตอบว่าไงล่ะ”

“มันเป็นธรรมดาครับพ่อ มันเป็นธรรมดาอย่างนั้นของมันครับ.”

 

ครู่ต่อมา คุณลุงเห็นหน่อไม้ อยู่ข้างตลิ่ง จึงตั้งคำถามว่า

“เห็นหน่อไม้ นั่นไหม ยอดมันก็อ่อนๆ แต่ทำไมมันดันดินขึ้นมาได้ล่ะ”

“อ๋อ… เพราะหน่อไผ่ มันมียอดแหลมไงครับ  มันจึงดันดินขึ้นมาได้”  เขยกรุงตอบ

“แล้วเขยรองล่ะ  เจ้าจะตอบว่าไง”

“มันเป็นธรรมดาครับพ่อ มันเป็นธรรมดาอย่างนั้นของมันครับ.”

 

ชะอุ!!!  คุณลุงนึกฉุนขึ้นในใจ 

ต่อมา คุณลุงเห็น  ที่ข้างตลิ่งนั้นมีรูอยู่รูหนึ่ง  จึงตั้งคำถามว่า

“ดูรูนั่นสิเห็นมั๊ย ทำไมปากรู ถึงได้มันเลื่อมอย่างนั้นล่ะ”

“อ๋อ… ก็เพราะ มีสัตว์เลื้อยคลานประเภทงู มันเลื้อยเข้า –ออก  เป็นประจำครับ พ่อ”   เขยกรุงตอบ

“แล้วเขยรอง  เจ้าจะตอบว่าไงล่ะ”

“มันเป็นธรรมดาครับพ่อ มันเป็นธรรมดาอย่างนั้นของมันครับ.”

 

คราวนี้ คุณลุงผู้เป็นพ่อตา เคืองเขยบ้านนอกมาก ที่ตอบมาเช่นเดิมทุกครั้ง

จนกระทั่งถึงบ้าน

เมื่อขึ้นบ้านเรียบร้อยแล้ว จึงเรียกเขยทั้งสองมา แล้วต่อว่าเขยบ้านนอกว่า

 

“นี่พ่อเขยบ้านนอกตัวดี ที่ฉันถามอะไรๆไป

 แกก็ตอบว่า มันเป็นธรรมดาๆ ทุกครั้ง นี่ ช่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย 

สู้เขยกรุงเค้าก็ไม่ได้  ไอ้..ธรรมดาของแกน่ะ มันคืออะไรล่ะหา?? “

 

“อ๋อ… เรื่องที่บอกว่าเป็ดลอยน้ำได้เพราะมันมีขนเป็นมันน่ะ  

ที่จริงมันก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสมอไป

ก็ทีฟาง  ไม่ได้เป็นมันอะไร มันก็ลอยน้ำได้ 

หรือลูกมะพร้าว ไม่เห็นว่ามีขน มันก็ลอยน้ำได้ 

มันก็เป็นธรรมดาของมันอย่างนั้น ไม่ใช่หรือครับ คุณพ่อ”

 

“เออ …จริงของเอ็ง แล้วที่ห่านมันร้องเสียงดังล่ะ  เอ็งจะอธิบายว่ายังไง”

“ก็ไม่จำเป็นนี่ครับ ที่สัตว์คอยาว จะร้องดัง 

ดูยีราฟสิ คอ ออกจะยาว  แต่เสียงไม่เห็นดังเลย

ตรงกันข้าม พวก กบ อึ่งอ่าง คอมันก็สั้นนิดเดียว ทำไมมันร้องเสียงดังได้ล่ะ

มันก็เป็นธรรมดาของมันอย่างนั้น ล่ะครับ คุณพ่อ”

 

“เออ จริงของเอ็ง แล้วที่ฉันถามเรื่องสีจีวรพระล่ะ  เอ็งจะอธิบายว่ายังไง”

“อะไรที่มันสีเหลือง ก็ไม่จำเป็นว่า ต้องมีใครไปย้อมมันหรอกครับ 

ก็ดูอย่างขมิ้นสิ   มีใครดำดินลงไปย้อมสีให้มันรึเปล่า    ก็ไม่มี มันยังสีเหลืองได้

มันก็เป็นธรรมดาของมันอย่างนั้น ล่ะครับ คุณพ่อ”


“เออ ก็จริงของเอ็งอีก  แล้วที่ฉันถามเรื่องหน่อไม้ล่ะ  เอ็งจะอธิบายว่ายังไง”

“อ๋อ… อะไรที่มันดันดินขึ้นมาได้ ก็ไม่จำเป็นต้องแหลม นี่ครับ

 ก็ดูอย่างเห็ดสิครับ หัวมันก็ทู่ๆ ตัวก็นิ่มๆ มันก็ยังดันดินขึ้นมาได้เลย

มันก็เป็นธรรมดาของมันอย่างนั้น ล่ะครับ คุณพ่อ”

 

 

“เออ ก็จริงของเอ็งอีก  แล้วที่ฉันถามเรื่องรูที่เป็นมันนั่นล่ะ  เอ็งจะอธิบายว่ายังไง”

“คุณพ่อครับ ไม่จำเป็นหรอกครับ ที่จะต้องมีตัวอะไรมันเลื้อยเข้าเลื้อยออก แล้วมันถึงจะเป็นมันได้”

แล้วเขยบ้านนอก ก็ชี้ ไปที่ศีรษะ ของพ่อตา  แล้วพูดสัพยอกว่า 

“ก็ดูอย่างศีรษะ ของคุณพ่อซีครับ ไม่เห็นมีตัวอะไรเลื้อยเข้าเลื้อยออกเลย แต่ทำไมมันถึงได้มันแผล็บอย่างนี้ล่ะครับ ???

มันก็เป็นธรรมดาของมันอย่างนั้น เอง ไม่ใช่หรือครับ คุณพ่อ”

พ่อตา “… ???...”

 

นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า 

 

การมองอะไรๆเห็นเป็นของธรรมดา

ไม่มีอะไร น่าตื่นเต้น ตกใจ หรือแปลกใจ ไม่เกิดความรัก ไม่เกิดความชัง

ด้วยความรู้เท่าทันว่า สิ่งต่างๆล้วนเป็นเพียงสภาพธรรม

 มีความเป็นไปตามปัจจัยที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

 

โลกนี้เอง ก็มีความเป็น ธรรมดาเหมือนกัน

ธรรมดาของโลก ” ที่ว่า ก็คือไตรลักษณ์  นั่นเอง

สิ่งใดเกิดแล้ว ย่อม เปลี่ยนไป-เป็นอย่างอื่น-ไม่ทนอยู่อย่างนั้นได้นาน

 

การเข้าใจความเป็น " ธรรมดา " อย่างนี้ของสิ่งต่าง ๆ ในโลก

 ย่อมคลายออกจากการยึดติด ถ้าไม่ยึดติด  ก็ไม่ทุกข์

(ธรรมดา จะเรียกว่า ธรรมชาติ ตถตา หรือ อิทัปปัจจยตา ก็ได้เช่นเดียวกัน)

 

 
Link to Post    -Back to Top

Bookmark and Share
กรุณาเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิกก่อนโพสข้อความค่ะ
»
คลิ๊กที่นี่
 
Online:  12
Visits:  107,693
Today:  16
PageView/Month:  635